| 20. เพลง : Killing Me Softly With His Song (1996) (US no.2/UK no.1) ศิลปิน : The Fugees เป็นเพลง "Killing Me Softly" เวอร์ชั่นที่นักวาจารณ์เพลงแทบทุกคน ต่างลงความเห็นว่าทำได้เก๋ไก๋ ไม่ซ้ำแบบเดิม และลงตัวมากที่สุด จนทำให้วงดนตรีวง "The Fugees" แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว และนี่ก็ถือเป็นการเปิดตัวของ Lauren Hill และ Wyclef Jean ให้โลกได้รู้จักพวกเขาในฐานะศิลปินเพลงระดับแนวหน้า |
|
|
19. เพลง : Virtual Insanity (1997) (UK no.3) |
|
|
18. เพลง : Lemon Tree (1995) (UK no.26 / TH no.1) |
|
| 17. Turn Back Time (1998) (UK no.1) ศิลปิน : Aqua "Turn Back Time" เพลงป๊อปชั้นดี ที่บรรดานักฟังเพลงทั้งหลายแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากวงแดนซ์อย่าง Aqua แม้พวกเขาจะมีเพลงฮิตติดชาร์ทมากมาย อาทิ Babie Girls , Mr. Joneแต่เพลงนี้ทำให้คนที่เคยดูถูก ดูแคลนพวกเขา ต่างยกนิ้วให้เพลง "Turn Back Time" ซึ่งถูกใช้เป็นเพลงเอกในหนังเรื่อง "Sliding Door" |
|
|
16. เพลง : Song 2 (1997) (UK no.2)
|
|
|
15. เพลง : Losing My Religion (1994) (US no.4) |
|
| 14. เพลง : Don't Speak (1996) (US no.4/UK no.1) ศิลปิน : No Doubt "Don't Speak" ผลงานเพลงสุดคลาสสิคของวง "No Doubt" เป็นเพลงที่คอเพลงสากลในเมืองไทยชื่นชอบมากที่สุดเพลงหนึ่ง และ จะเห็นได้ตามอัลบั้มรวมฮิตของค่ายเพลงที่ทำออกวางขายในช่วงนั้น จะต้องมีเพลงนี้รวมอยู่ด้วยเกือบทุกครั้ง |
|
| 13. เพลง : Wonderwall (1995) (US no.8/UK no.2) ศิลปิน : Oasis "Wonderwall" อาจไม่ใช่เพลงที่ดีที่สุดของพวกเขา แต่เป็นเพลงที่ทำให้ Oasis เจาะตลาดเพลงที่อเมริกาได้ อย่างไรก็ตามคงไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขามีบทบาทสำคัญอย่างไรกับวงการเพลงในยุค 90s แต่อยากให้น้องๆที่เกิดไม่ทันได้รู้ว่า นี่คือวงดนตรีที่เป็นปรากฎการณ์ของยุค 90's อย่างแท้จริง!! |
|
| 12. เพลง : Candle in the Wind 1997 (1997) (US /UK No.1) ศิลปิน : Elton John เพลงที่ครั้งหนึ่งท่านเซอร์ Elton John เคยแต่งให้กับการจากไปของ Maliryn Monroe แต่ภายหลังได้มีการนำเนื้อเพลงมาดัดแปลงอีกครั้งในปี 1997 ตอนที่พวกเราต้องสูญเสีย Princess Diana เจ้าหญิงแสนสวยอันเป็นที่รักของคนทั่วโลก จนทำให้เพลงนี้กลายเป็นเป็นอันดับหนึ่งของท่านเซอร์ ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาลของเขา นับตั้งแต่เพลง Your Song |
|
| 11. เพลง : To Be With You (1991) (US No.1 /UK no.3) ศิลปิน : Mr.BIG To Be With You เพลงที่โด่งดังที่สุดของวง Mr.BIG และขาร็อคในบ้านเราถ้าอายุเกินเลข 3 น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเพลงนี้ ด้วยความโดดเด่นของเสียงนักร้องนำ Eric Martin และ ภาคดนตรีที่ทำได้อย่างลงตัว ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป เพลงนี้ยังคงอยู่ในใจใครหลายๆคน |
|
| 10. เพลง : Wind Of Change (1991) (US No.4 /UK no.2) ศิลปิน : Scorpions เพลงนี้อาจเป็นเพลงบัลลาคร็อคธรรมดาๆเพลงหนึ่ง แต่สำหรับชาวเยอรมันแล้ว เพลง "Wind Of Change" คือเพลงที่ทำให้พวกเขารำลึกถึงเหตุการณ์การรวมชาติครั้งสำคัญของโลก สำหรับการทำลายกำแพงที่แบ่งแยกชาวเยอรมันทั้งสองฝากออกจากกันมานานหลายสิบปีตั้งแต่ยุคสงครามเย็นเป็นต้นมา |
|
| 09. เพลง : I Will Always Love You (1992) (US /UK no.1) ศิลปิน : Whitney Houston "I Will Always Love You" อยู่ในอันดับหนึ่งใน Billboard Chart ยาวนาน 13 สัปดาห์ติดต่อกัน และอัลบั้มซาวน์แทรคของหนังเรื่อง "The Bodyguard" ขายได้มากมายถล่มทลายทั่วโลกกว่า 40 ล้านก็อปปี้ และถือเป็น soundtrack ที่ขายดีที่สุดตลอดกาลจนถึงปัจจุบัน |
|
| 08. เพลง : More Than Words (1997) (US No.1 / UK no.2) ศิลปิน : Extreme "More Than Words" คือสุดยอดเพลงแนวบัลลาดร็อค ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ ให้หันมาเล่นกีตาร์ ด้วยเทคนิคการเคาะกีตาร์ให้จังหวะเพลง ตามแบบฉบับของ "Nuno" มือกีตาร์ของวง โดยเพลงนี้ถูกใช้เป็นต้นฉบับของเพลงไทยอีกหลายต่อหลายเพลงในเวลาต่อมา |
|
|
07. เพลง : I'll Be Missing You (1997) (US /UK no.1) |
|
| 06. เพลง : High (1996) (UK no.4) ศิลปิน : Lighthouse Family เพลงป๊อปที่เรียบง่าย แต่เรียบเรียงออกมาได้อย่างน่าฟัง จริงๆแล้วเหตุการณ์ที่ทำให้หลายๆคนรู้จักเพลงนี้ก็เพราะว่ารถยนต์ยีห้อหนึ่งได้นำเพลงนี้ไปใช้ประกอบโฆษณา และมีการอัด Spot ถี่มากจนทำให้ High จาก Lighthouse Family กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงสากลที่สามารถเจาะตลาดกลุ่มนักฟังเพลงไทยให้หันมาฟังเพลงสากลได้ |
|
| 05. เพลง : I Don't Want to Miss a Thing (1998) (US no.1) ศิลปิน : Aerosmith เพลงเพราะจากหนังดังเรื่อง Amargadon ที่ตัวเพลงมารถเค้นอารมณ์คนดูหลายๆคนให้ต้องเสียน้ำตา กับฉากสุดประทับใจฉากนั้น เมื่อดูหนังจบ คนดูหลายๆคนจำ 2 สิ่ง คือ เพลงเอกของหนัง " I Don't Want to Miss a Thing" และ Liv Tayler นางเอกสุดสวยลูกสาวของนักร้องนำวง Aerosmith |
|
| 04. เพลง : Kiss Me (1998) (US no.4 / UK No.2) ศิลปิน : Sixpence None The Richer จำได้ว่า เมื่อตอนที่เพลง "Kiss Me" ดังใหม่ๆ วิทยุเกือบทุกคลื่นต้องเปิดเพลงนี้ และพอเพลงนี้ถูกนำไปบรรจุรวมอยู่ในภาพยนต์วัยรุ่นเรื่อง She's All That เพลงนี้ก็กลับมาดังอีกรอบ เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่ดังแบบ 2 รอบในช่วงห่างกันไม่ถึง 2 ปี !! |
|
| 03. เพลง : My Heart Will Go On (1998) (US /UK no.1) ศิลปิน : Celine Dion เพลงสากลที่สามารถเข้ามาดังในตลาดกระแสหลักในบ้านเรามักเป็นเพลงจากภาพยนต์ และในบรรดาหนังที่ดังที่สุดแห่งยุค 90's คงไม่มีใครไม่รู้จักเพลง "My Heart Will Go On" จากเรื่อง Titanic อันโด่งดัง ที่ได้เสียงร้องจาก "Celine Dion" โดยเพลงนี้สามารถขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงทั่วโลก |
|
| 02. เพลง : ...Baby One More Time (1999) (US /UK no.1) ศิลปิน : Britney Spears "...Baby One More Time" เพลงป็อป ที่มีการดัดแปลง ส่วนผสมของดนตรีร็อคบางอย่าง เช่น ตัดซาวด์กีตาร์ที่หนักหน่วงออกไป คงเหลือแต่องค์ประกอบอื่นๆ บวกกับเนื้อหาเพลงที่สะท้อนถึงเรื่องราวความรักในแบบฉบับของวัยรุ่นยุคนั้น และที่ขาดไม่ได้คือ ภาพลักษณ์ของตัวศิลปินที่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันให้ผลงานเพลงประสบความสำเร็จ ซึ่งทั้งหมด ได้กลายเป็นสูตรสำเร็จของสาวน้อยวัย 17 ที่ชื่อ " Britney Spears" และนักร้องเพลงป็อปคนอื่นๆในยุคปลาย 90's จนถึงปี 2000 |
|
|
01. เพลง : Smells Like Teen Spirit (1996) (US no.6/UK no.7) |
|
| ตอนแรก ตอนที่ 2 ตอนที่3 ตอนที่4 ตอนที่5 | |

jajar34
ชอบเกือบทุกเพลงของตอนที่ 5 เลยค่ะ ชอบเพลง Killing Me Sofly with his Song ฉบับ Roberta Flack มากกว่าค่ะ ส่วนของวง Lighthouse Family เราชอบเพลง Lost in Space มากกว่า High อีกนะmusicadmin
ในที่สุดก็ครบ 100 อันดับแล้ว!!!!!!!